พิลังกาสา

ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์

ชื่อสามัญ : –

ชื่ออื่น ๆ : ตีนจำ tin cham (Loei), ผักจำ phak cham (Chiang Mai, Chiang Rai), ผักจ้ำแดง phak cham daeng (Chiang Mai, Chiang Rai), พิลังกาสา phi langkasa (Central)

วงศ์ : PRIMULACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ardisia sanguinolenta Blume

ชื่อพ้องวิทย์ : Ardisia colorata Roxb., Ardisia polycephala Wall. ex A. DC.

ลักษณะสำคัญ : ต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขารอบต้นมาก เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม เกลี้ยงและบาง ใบ 12-20×4-8.5 ซม. รูปหอก ปลายแหลม ผิวและขอบเรียบ หนามัน ก้านใบสั้นสีแดง ยอดอ่อนสีแดงใบแก่หนาและเหนียว เรียบเกลี้ยง ไม่มีขนหรือเกล็ด ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีอ่อนกว่า มีจุดดำเล็กๆประปราย ก้านใบ 1-2 ซม. ก้านอ้วนสั้นเป็นสี่เหลี่ยมมีรอยแผลของใบ ดอกเล็กสีขาวแกมชมพู เป็นช่อออกแน่นตามยอดและข้างกิ่ง ก้านดอก 1-1.5 ซม. ก้านช่อ 3-10 ซม. ตาดอกรูปกรวย 0.8-1 ซม. กลีบเลี้ยง 5 มม. ซ้อนกันปลายโค้งไปด้านหลัง ด้านนอกมีขนและต่อมเป็นจุดๆ หลอดกลีบดอกสั้น พูกลีบบิดซ้อนไปทางขวาในดอกตูม ผล 0.7-0.9 ซม. กลม สีแดงหรือดำมีจุดหนาแน่น เนื้อบางมีชั้นหุ้มเมล็ดแข็งภายในมี 1 เมล็ด

ระบบนิเวศและการกระจาย : ในไทยพบทั่วทุกภาค ตามป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าผลัดใบ

การเพาะปลูก : –

การขยายพันธุ์ : เมล็ด

ส่วนของพืชที่ใช้ประโยชน์ : ผลสุกสีแดง

แหล่งเก็บหา : สวนสมรม ชายป่า

เมนูอาหารผักยืนต้น

ข้อมูลทางโภชนาการ

สรรพคุณทางยา

ใบ : รสเฝื่อน แก้ตับพิการ แก้ปอดพิการ

ดอก : รสเฝื่อน ฆ่าเชื้อโรค

ลูก : รสร้อนฝาดสุขุม แก้ไข้ท้องเสีย แก้ลมพิษ แก้ธาตุพิการ แก้ซางขโมย

ต้น : รสเฝื่อน ฆ่าพยาธิผิวหนัง เรื้อน กุฎฐัง

ราก : รสเฝื่อนเปรี้ยวเล็กน้อย แก้กามโรค หนองใน ตำพอกเอาน้ำกิน แก้พิษงู

การใช้ประโยชน์อื่นๆ