ขนุน

ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์

ชื่อสามัญ : Jack fruit tree

ชื่ออื่น ๆ : ขนุนละมุด (General), ขะนู (Chong-Chanthaburi), ขะเนอ (Khmer), ซีคึย (Karen-Mae Hong Son), นะยวยซะ (Karen-Kanchanaburi), นากอ (Malay-Pattani), เนน (Chaobon-Nakhon Ratchasima), ปะหน่อย (Karen-Mae Hong Son), มะหนุน (Northern), ลาง (Shan-Northern), หมักหมี้ (Northeastern), หมากลาง (Shan-Mae Hong Son)

วงศ์ : MORACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Artocarpus heterophyllus Lam.

ชื่อพ้องวิทย์ : –

ลักษณะสำคัญ : ขนุนเป็นไม้โตเร็ว ทรงพุ่มกระจัดกระจาย ไม่เป็นระเบียบ มียางขาวทั้งต้น ใบ 7-15ซม. รูปกลมหรือรี ก้านใบยาว 1-2.5 ซม. ดอกออกเป็นช่อ ช่อดอกตัวเมียและตัวผู้อยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้จะออกที่ปลายถึงง่ามใบ เป็นแท่งยาว 2.5 ซม. ช่อดอกตัวเมียเป็นแท่งกลมยาวออกจาลำต้นถึงก้านขนาดใหญ่ ผล กลมและยาว ผลรวม เม็ดกลมรี เนื้อหุ้มเมล็ดสีเหลือง สุกกลิ่นหอม

ระบบนิเวศและการกระจาย : ถิ่นกำเนิดในอินเดีย เอเชียตะวันออก และกระจายพันธุ์ปลูกโดยส่วนมากทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บราซิล ขึ้นในป่าดิบชื้นเขตร้อนชื้น ที่ระดับความสูง 450-1200 เมตร

การเพาะปลูก : อุณหภูมิเฉลี่ยต่อปี 24-28 oC ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี 900-4000 มม. กระจายอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี สามารถทนแล้งได้ระยะสั้น ชอบดินลึก ระบายน้ำดี pH 5.5-7.5 ทนได้ 4.3-8 ต้นกล้าต้องการร่มเงา โตเต็มที่ชอบแดดจัด มีรากแก้วลึก ให้ผลผลิตได้ใน 3 ปีแรกหลังจากเพาะเมล็ด แต่โดยทั่วไปคือ 8 ปี เมื่อต้นโตเต็มที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 250 ลูกต่อต้น ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต้นไม้จะออกดอกและผลตลอดทั้งปี แต่ในพื้นที่ที่มีฤดูแล้งและฤดูฝนที่แตกต่างกัน ดอกจะออกในฤดูฝน

การขยายพันธุ์ : เมล็ด

ส่วนของพืชที่ใช้ประโยชน์ : ยอดอ่อน ผลอ่อน เกสรดอกตัวผู้นำมาเป็นผักแนม ผล ทานสด หรือแปรรูปเป็นขนม เมล็ดนำไปต้มทานเป็นอาหารว่างได้

แหล่งเก็บหา : ทุกพื้นที่

เมนูอาหารผักยืนต้น

ขนุน เป็นทั้งผลไม้และผักที่กินกันแพร่หลายในทุกกลุ่มชน กินได้ทั้งยอดอ่อน ผลและเมล็ด ลูกนขนุนกินเป็นผักได้ตั้งแต่เป็นลูกอ่อนไปจนเริ่มห่ามทั้งต้มสุกและดิบ รสฝาดมัน ในภาคอีสานนิยมนำลูกอ่อนตัวผู้ที่เรียกว่า “หำบักมี่” มาจิ้มปลาแดกบอง คนเหนือนำลูกอ่อนมาฝานล้างยางกินกับน้ำพริกอ่อง และด้วยชื่อที่เป็นมงคลยังนิยมกิน “แก๋งบะหนุน” ในวันปากปี(16 เมษายน) หลังวันปีใหม่เมือง เพื่อเป็นศิริมงคล

จากหนังสือ 50 สูตรอร่อยกับผักยืนต้น จาก 8 พื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร หน้า 21-31
จาก หนังสือผักยืนต้น กินผักอายุยืน โลกอายุยาว โดย กฤช เหลือลมัย หน้า 80-81

ข้อมูลทางโภชนาการ

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อขนุนดิบ ต่อ 100 กรัม

พลังงาน 95 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 23.25 กรัม
น้ำตาล 19.08 กรัม
เส้นใย 1.5 กรัม
ไขมัน 0.64 กรัม
โปรตีน 1.72 กรัม
วิตามินเอ 5 ไมโครกรัม 1%
เบตาแคโรทีน 61 ไมโครกรัม 1%
ลูทีนและซีแซนทีน 157 ไมโครกรัม
วิตามินบี 1 0.105 มิลลิกรัม 9%
วิตามินบี 2 0.055 มิลลิกรัม 5%
วิตามินบี 3 0.92 มิลลิกรัม 6%
วิตามินบี 5 0.235 มิลลิกรัม 5%
วิตามินบี 6 0.329 มิลลิกรัม 25%
วิตามินบี 9 24 ไมโครกรัม 6%
วิตามินซี 14.7 มิลลิกรัม 17%
วิตามินอี 0.34 มิลลิกรัม 2%
ธาตุแคลเซียม 24 มิลลิกรัม 2%
ธาตุเหล็ก 0.23 มิลลิกรัม 2%
ธาตุแมกนีเซียม 29 มิลลิกรัม 8%
ธาตุแมงกานีส 0.043 มิลลิกรัม 2%
ธาตุฟอสฟอรัส 21 มิลลิกรัม 3%
ธาตุโพแทสเซียม 448 มิลลิกรัม 10%
ธาตุโซเดียม 2 มิลลิกรัม 0%
ธาตุสังกะสี 0.13 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

สรรพคุณทางยา

ใบ : รสฝาด ใช้บดโรยแผลมีหนองเรื้อรัง

แก่น(กรัก) ราก : รสหวานชุ่มขม (สุขุม) บำรุงโลหิต แก้กามโรค ขับพยาธิ ระงับประสาท แก้โรคลมชัก ต้มดื่ม แก้ท้องเสีย ทาแก้โรคผิวหนัง

ยาง : รสฝาด แก้อักเสบบวม แผลมีหนองเรื้อรัง แก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ

เนื้อหุ้มเมล็ดสุก : รสหวานหอม บำรุงกำลัง ชูหัวใจให้สดชื่น เป็นยาระบายอ่อน ๆ หรือหมักทำเหล้า

เนื้อในเมล็ด : รสมัน บำรุงน้ำนม ขับน้ำนม บำรุงกำลัง ต้องต้มหรือเผาให้สุกก่อนรับประทาน เป็นอาหารที่มีแป้งมาก

การใช้ประโยชน์อื่นๆ

  • ขนุนมีระบบรากลึกและแผ่กว้างสามารถปลูกเพื่อควบคุมอุทกภัยและการพังทลายของดิน เหมาะใช้ในโครงการปลูกป่าทดแทน
  • ปลูกเป็นพืชร่วมในสวนมะพร้าว ทุเรียน มะม่วง ส้ม และสามารถใช้เป็นร่มเงาให้กับกาแฟได้
  • น้ำยางที่ได้จากลำต้นและกิ่งก้านให้ผลผลิต 71.8% ของเรซิน ซึ่งประกอบด้วย ฟลูออวิลล์(สีเหลือง) 63.3% และอัลบานีน (สีขาว) 8.5 % เรซินเหล่านี้อาจมีค่าในการเคลือบเงา
  • น้ำยางใช้เป็นกาวสำหรับซ่อมเครื่องสังคโลกหรือภาชนะดินเผา ชันเรือ ที่ดันก ในอินเดียและบราซิล น้ำยางทำหน้าที่ทดแทนยางพารา
  • เปลือกไม้ มีแทนนิน 3.3 % เมื่อต้มด้วยสารส้มขี้เลื่อยหรือแก่นจะผลิตสีย้อมสีเหลือง ซึ่งนิยมใช้ย้อมจีวรของพระสงฆ์
  • เนื้อไม้จากสีเหลืองกลายเป็นสีแดง จัดเป็นไม้เนื้อแข็งปานกลาง ทนต่อปลวก เชื้อรา และแบคทีเรีย มันขัดอย่างสวยงาม ถึงแม้จะไม่แข็งแรงเท่าไม้สัก แต่ก็ถือว่าเหนือกว่าไม้สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ งานก่อสร้าง งานกลึง เสาบ้าน เสากระโดง ไม้พาย เครื่องดนตรี นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอินเดียและศรีลังกา และส่งออกไปยังยุโรป
  • รากของต้นไม้เก่ามีราคาสูงสำหรับงานแกะสลัก
  • ไม้ใช้เป็นเชื้อเพลิง